วันอาทิตย์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2553

การเบี้ยวขันหมาก

เมื่อกลางปีที่แล้วลูกชาวนาได้พาหลานสาวไปทำงาน ที่บริษัทที่ลูกชาวนาทำงานอยู่ มีชายหนุ่มคนหนึ่ง มาติดพันหลานสาวอยู่หลายเดือน ลูกชาวนาเห็นท่าไม่ดี กลัวจะเกิดเรื่องเสียหายกับหลานสาว ได้เรียกชายหนุ่มคนนั้นมาคุย และแนะนำให้พาผู้ใหญ่มาสู่ขอตามประเพณี ชายหนุ่มก็ทำตามคำแนะนำ โดยพาผู้ใหญ่ 5-6 คน มาสู่ขอหมั้นไว้ก่อน ด้วยค่าสินสอด 20,000 บาท ทองหนัก 1 บาท แต่ไม่ได้นำสินสอดมาวาง เพียงแต่ให้สัตาบันต่อกันว่า จะมอบสินสอดดังกล่าวในวันแต่งงาน ซึ่งได้กำหนดกันไว้ เมื่อถึงกำหนดวันแต่งงาน ลูกชาวนาได้จัดเลี้ยงแขกที่ได้เชิญไว้ ปรากฏว่าเจ้าบ่าวไม่ยกขันหมากมาตามที่นัดหมาย วันรุ่งขึ้นได้นัดผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมาคุยกัน ที่บ้านผู้ใหญ่บ้าน ฝ่ายเจ้าบ่าวยอมรับผิด และจะชดใช้ค่าเสียหายให้ในวันที่ 20 เดือนเดียวกัน ครบกำหนดแล้วก็ไม่ยอมจ่ายอีก จนบัดนี้ก็ยังไม่ได้จ่าย

ดิฉันคิดว่า ความผิดในทางแพ่งนั้น ฝ่ายหญิงก็น่าจะเรียกร้องฝ่ายชายไม่ได้เช่นกัน เพราะที่ลูกชาวนาเล่ามา ในจดหมายว่า ผู้ใหญ่ของฝ่ายชาย 5-6 คน มาสู่ขอและหมั้นกันไว้นั้น ไม่ปรากฎว่าฝ่ายชายได้ให้ของหมั้น แก่หญิงแต่อย่างใด ตามกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน ของหมั้น มีความสำคัญต่อการหมั้นเป็นอย่างยิ่ง การหมั้นที่ไม่มีของหมั้นย่อมไม่สมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1437 วรรคแรก ซึ่งบัญญัติว่า "การหมั้นจะสมบูรณ์เมื่อฝ่ายชายได้ส่งหมอบหรือโอนทรัพย์สินอันเป็นของหมั้นแก่หญิง เพื่อเป็นหลักฐานว่าจะสมรสกับหญิงนั้น"

พรนะภา หมื่นหาญ เลขที่ 20

1 ความคิดเห็น: